พลังงาน-พาณิชย์จันทบุรี ลงพื้นที่ตรวจสถานีบริการน้ำมัน สร้างความมั่นใจระบบ "แบ่งปัน" ย้ำเชื้อเพลิงมีเพียงพอ ขณะที่ประชาชนปรับตัวลดการใช้พลังงาน ไม่กักตุนน้ำมันเพื่อให้ชาวจันทบุรีมีน้ำมันใช้อย่างทั่วถึง ไม่ขาดแคลน
วันนี้ (16 มี.ค. 69) หน่วยงานภาครัฐในจังหวัดจันทบุรี นำโดยสำนักงานพลังงานจังหวัดและสำนักงานพาณิชย์จังหวัด บูรณาการกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรีอย่างเข้มงวด เพื่อติดตามสถานการณ์และเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ยืนยันว่าปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงมีเพียงพอต่อความต้องการ ไม่เกิดภาวะขาดแคลนอย่างแน่นอน พร้อมขอความร่วมมือประชาชนใช้น้ำมันอย่างรู้คุณค่าผ่านระบบการบริหารจัดการแบบ "แบ่งปัน"
นายนเรศวร์ แพงมา พลังงานจังหวัดจันทบุรี เปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่ว่า จากการตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัด พบว่าทุกแห่งยังมีน้ำมันให้บริการตามปกติ แม้ปริมาณการจัดสรรในแต่ละสถานีอาจมีการปรับลดลงจากช่วงสถานการณ์ปกติไปบ้าง แต่เป็นการบริหารจัดการโควตาน้ำมันในลักษณะของการ "กระจายและแบ่งปัน" เพื่อให้ทุกสถานีบริการมีน้ำมันครอบคลุมทั่วทั้งจังหวัด ป้องกันปัญหาน้ำมันขาดแคลนในระหว่างรอรอบการขนส่ง
"ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่า ภาครัฐได้เฝ้าระวังและออกตรวจติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการกักตุนสินค้า และจากการตรวจสอบข้อมูลระดับประเทศ รัฐบาลขอยืนยันว่าประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอต่อการใช้สอยอย่างน้อยถึง 96 วัน จึงขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก แต่ให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยการวางแผนการเดินทางและใช้พลังงานอย่างประหยัด" นายนเรศวร์ กล่าว
ด้าน นางสาวชลาลัย แสวงสุข นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดจันทบุรี ได้กล่าวถึงมาตรการดูแลเกษตรกรชาวสวนผลไม้ในพื้นที่ ซึ่งกำลังเข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวและมีความจำเป็นต้องใช้น้ำมันดีเซลจำนวนมากในการดูแลผลผลิตว่า ทางหน่วยงานเข้าใจถึงความกังวลของเกษตรกรที่เกรงว่าน้ำมันจะไม่เพียงพอและอาจต้องการซื้อเก็บสำรองไว้ อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำมันเป็นไปอย่างทั่วถึงและเป็นธรรมที่สุด ปัจจุบันสถานีบริการน้ำมันได้กำหนดมาตรการแบ่งปัน โดยจำกัดปริมาณการเติมใส่ภาชนะสำรองไม่เกิน 100 ลิตรต่อคน เพื่อให้ชาวสวนทุกคนมีน้ำมันใช้ในการเกษตรอย่างเพียงพอและทั่วถึง
ขณะที่เสียงสะท้อนจากภาคประชาชนในพื้นที่ พบว่าส่วนใหญ่มีความเข้าใจและพร้อมปรับตัวรับมือกับสถานการณ์ ประชาชนผู้ใช้รถยนต์ส่วนบุคคลรายหนึ่งระบุว่า ไม่มีความกังวลใจและไม่ได้เตรียมการกักตุนน้ำมันแต่อย่างใด เนื่องจากเชื่อมั่นในแผนรับมือและมาตรการของรัฐบาล อีกทั้งในอดีตก็เคยผ่านพ้นวิกฤตราคาน้ำมันลิตรละ 50 บาทมาแล้ว หากรัฐบาลจะมีการกำหนดกติกาการเติมน้ำมันเพื่อให้ทุกคนได้ใช้อย่างทั่วถึง ก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือ
เช่นเดียวกับผู้ประกอบการขับรถบรรทุกขนส่งสินค้าในจังหวัดจันทบุรี ที่ยอมรับว่า ในช่วงแรกมีความกังวลอยู่บ้างเนื่องจากต้องใช้รถขนาดใหญ่และเดินทางไกล จนเคยคิดที่จะกักตุนน้ำมันสำรองไว้ แต่เมื่อได้ประเมินสถานการณ์แล้วจึงตัดสินใจปรับตัวด้วยวิธีการ "เติมทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง" โดยจะแวะเติมน้ำมันครั้งละ 1,000 บาท ตามจุดพักรถต่างๆ เพื่อไม่ให้ระดับน้ำมันในถังลดต่ำจนเกินไป แม้จะต้องเสียเวลาแวะสถานีบริการบ่อยขึ้น แต่ก็เป็นวิธีที่ช่วยให้สามารถทำงานต่อไปได้โดยไม่เดือดร้อน และยังพบว่าสถานีบริการในเส้นทางขนส่งก็ยังมีน้ำมันให้บริการตลอด ไม่ได้ขาดแคลนตามที่เคยกังวลไว้
สถานการณ์ในจังหวัดจันทบุรีขณะนี้ จึงเป็นการสะท้อนภาพความร่วมมือที่เข้มแข็ง ทั้งความพยายามของภาครัฐในการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างเป็นธรรม และความพร้อมของภาคประชาชนที่มีสติ ไม่ตื่นตระหนก และเลือกที่จะปรับตัวเพื่อก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน